เบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศไทยในปัจจุบัน สาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินอาหารที่มีรสหวาน หรือรสจัดมากเกินไป และยิ่งถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นโรคเบาหวาน มาก่อน ก็มีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นไปอีก มาทำความรู้จัก โรคเบาหวาน เพิ่มเติมกันอีกสักนิดดีกว่า แล้วมาดูกันว่า อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ควรกิน-ไม่ควรกิน อะไรบ้าง…
โรคเบาหวาน (Diabete) คือ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง แต่เรามักเรียกกันติดปากว่า โรคเบาหวาน ซึ่งถือเป็น โรคไม่ติดต่อ ยอดนิยมที่คนไทยเป็น หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม เกิดโรค และอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ขึ้น ได้แก่
สาเหตุที่ทำให้คนเราป่วยเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น ก็คือ การรับประทานอาหารที่ผิดวิธี น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น การออกกำลังการน้อย และจากพันธุกรรม
ริเริ่มขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ. 2534 โดยสหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ และองค์การอนามัยโลก เพื่อสนองต่อการเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจของเบาหวานทั่วโลก
การตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือด เป็นเรื่องสำคัญของการรักษาโรคเบาหวาน และการตรวจค่าระดับน้ำตาลที่ดีที่สุดมักจะต้องทำทั้งที่บ้านด้วยตัวเอง และที่โรงพยาบาล
สำหรับใครที่พ่อแม่มีประวัติเป็นเบาหวาน ต้องตรวจเช็คน้ำตาลในเลือดอย่างน้อยปีละครั้ง
สำหรับการตรวจสอบค่าระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง ส่วนมากสามารถใช้เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด (ใช้เลือดที่ได้จากปลายนิ้ว สัมผัสลงบนแถบทดสอบ) ซึ่งด้วยเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดส่วนมากอ่านค่าน้ำตาลในเลือดเป็น mg / dL
สิ่งที่สำคัญที่สุด ของการป้องกันโรคเบาหวานทุกชนิด คือ การระวังรักษาระดับน้ำตาลในเลือด และคอเลสเตอรอล ให้อยู่เกณฑ์ปกติ เน้นกินอาหารที่มีประโยชน์ และสารอาหารครบถ้วน มีกากใยสูง หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การเลือกกินอาหารอย่างถูกต้อง จึงเป็นเรื่องสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน เพราะเมื่อควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี โรคแทรกซ้อนก็จะลดลงด้วย
โดยจุดมุ่งหมายในการควบคุมอาหาร คือ
อาหารที่ควรควบคุมเป็นพิเศษ คือ อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต เช่น แป้ง และน้ำตาล
นอกจากนี้ ผู้ป่วยเบาหวาน อาจเลือกใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ในการปรุงอาหารเพื่อลดปริมาณน้ำตาลที่ได้รับ และช่วยให้อาหารแต่ละเมนูดีต่อสุขภาพมากขึ้นด้วย โดยตัวอย่างสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่สามารถใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน ได้แก่